Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ถ้าเพียงแต่…

“จริงอยู่ เราได้รับประโยชน์มากมายจากทางของพระเจ้า พร้อมทั้งความสุขใจ” (1ทิโมธี 6:6)

คุณเคยอยู่ในดินแดนแห่ง “ถ้าเพียงแต่…” หรือไม่?

ถ้าเพียงแต่ฉันมีเงินมากกว่านี้ อะไรๆก็คงจะง่ายขึ้น

ถ้าเพียงแต่ฉันลดน้ำหนักได้ 10 ปอนด์ ฉันคงมีความสุขขึ้น

ถ้าเพียงแต่พวกเขามองเห็นความสามารถของฉัน ฉันคงรู้สึกดีกว่านี้

ไม่นานมานี้ฉันและสามีอธิษฐานกันเรื่องอาชีพการงานของเขา ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับคำตอบเท่านั้น แต่ประตูทุกบานที่เราคิดว่าจะเปิดง่ายดายกลับปิดแน่น  เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มทำรายการ “ถ้าเพียงแต่…”

ถ้าเพียงแต่เรารู้ทิศทางที่ชัดเจน

ถ้าเพียงแต่เราได้เริ่มทำตามความฝันที่พระเจ้าประทานให้ในใจ

ถ้าเพียงแต่  ถ้าเพียงแต่  และถ้าเพียงแต่ ….

ไม่นานจากนั้น คำที่พูดไม่ออกนี้ได้แทรกซึมเข้าไปในความคิดฉัน ซึมเข้าไปในเวลาอธิษฐาน ย่องเข้าไปในความสัมพันธ์ของฉันและสามี … วันหนึ่งถ้อยคำจากหนังสือ “กางเขนของกษัตริย์” เขียนโดยทิโมธี เคลเลอร์พุ่งขึ้นมาใส่ฉันจากหน้าหนังสือ

“พระคัมภีร์กล่าวว่าปัญหาแท้จริงของเรานั้นคือเราทุกคนกำลังสร้างเอกลักษณ์ตัวเองขึ้นมาบนบางสิ่งที่ไม่ใช่พระเยซูคริสต์ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในสายงานที่เลือก หรือความสัมพันธ์พิเศษกับใครบางคน – หรือแม้กระทั่งจะยืนขึ้นและเดิน – เรากำลังพูดว่า “ถ้าฉันมีนั่นได้ ถ้าฉันได้ทำตามความต้องการลึกๆในใจแล้ว ทุกอย่างก็จะโอเค”

ในทันใดฉันเริ่มเห็นตัวเอง ความต้องการลึกๆของฉันย้ายที่ออกไป วันเวลาที่ฉันร่ำร้องหาพระเจ้าหายไปไหน ความคิดและการกระทำของฉันหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ฉันยังไม่มี สิ่งที่ฉันยังเข้าไปควบคุมไม่ได้

คืนนั้นฉันสารภาพกับสามีว่านอกจากฉันจะย้ายเข้าไปอยู่ในดินแดนแห่ง “ถ้าเพียงแต่…” แล้ว ฉันยังลงหลักปักฐานไว้อย่างแน่นหนา ฉันสัญญากับสามีว่า แทนที่จะมุ่งไปยังสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ฉันควรจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว

วันนี้เรามีอาหารบนโต๊ะ มีที่พักอาศัย บ้านเราก็อบอุ่น – ขอบคุณพระบิดาสำหรับของขวัญที่ได้ประทานให้

วันนี้ฉันมีหลานยายอยู่ในอ้อมกอด ดูรอยยิ้มของเธอสิ – พระบิดา ฉันรู้สึกปลื้มปิติมาก

วันนี้ฉันนั่งหัวเราะกับสามีในห้องนั่งเล่น – ขอบพระคุณสำหรับความสุขค่ะ

วันนี้ และทุกๆวัน ฉันเป็นของพระองค์ พระเยซู มีพระองค์ก็เกินพอ

ความพึงพอใจในแบบของพระเจ้าไม่ใช่เป็นเรื่องปล่อยไปตามสบาย แต่เป็นความเชื่อที่เป็นการกระทำ ที่บอกว่ามีพระเจ้าก็เกินพอ คุณและฉันรู้สึกโอเค เพราะความต้องการลึกๆของเราไม่ได้อยู่ที่สิ่งของรอบตัวเรา หรือน้ำหนักที่ลดไป 10 ปอนด์ อาชีพ คนอื่นๆ หรือใครจะมาเห็นว่าเราเก่งแค่ไหน .

คุณอยู่ในดินแดนแห่ง “ถ้าเพียงแต่…” หรือเปล่า?  ถ้าใช่ คุณพร้อมที่จะเปลี่ยนความต้องการที่ลึกๆจาก “ถ้าเพียงแต่…” ให้มุ่งไปในสิ่งที่คุณมี และขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งนั้นๆ

โดย: T. Suzanne  Eller

Encouragement for today: www.crosswalk.com

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • หลายคนหลงเข้าไปในดินแดน “ถ้าเพียงแต่…” แล้วหลงติดอยู่ หาทางออกมาไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวก็สูญเสียความชื่นชมยินดีใน ”สิ่งที่มีอยู่” ไปอย่างน่าเสียดาย … ทูลขอพระเจ้าให้เปิดตาใจนะคะ 

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ถูกทดลองหรือ? พระเยซูเคยผ่านมาแล้ว

“เพราะว่า เรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป” (ฮีบรู 4:15)

เมื่อบางคนอ่านพบว่าพระเยซู “ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป”  บางคนอาจเลิกคิ้ว อาจไม่ได้พูดออกมาดังๆ แต่คุณอาจคิดว่า “พระองค์ทรงถูกทดลองใจทุกประการ “จริงๆ” หรือ? พระองค์เคยถูกทดลองให้ขับผิดกฎจราจรหรือ? หรือว่าเคยถูกทดลองให้สูบกัญชา? หรือทำผิดทางเพศ?”

เราไม่รู้ครับ แต่พระคัมภีร์พูดไว้ชัดเจนว่าทรงถูกทดลองใจ “ทุกประการ”

การทดลองมีอยู่สามประเภท และพระเยซูเคยถูกทดลองมาแล้วทั้งสามประเภท  ใน 1ยอห์น 2:16 ให้รายละเอียด

ตัณหาของเนื้อหนังไว้ (ทดลองให้เราทำบางสิ่ง – ความลุ่มหลงของเรา)

ตัณหาของตา (ทดลองให้เราอยากมีบางสิ่ง – โลภในสิ่งของ) และ

ความทะนงในลาภยศ (ถูกทดลองให้เราอยากเป็นบางสิ่ง – ความยโสทรนงของรา)

ถ้าคุณยังสงสัย ให้อ่านเกี่ยวกับการทดลองที่พระองค์ทรงเผชิญในลูกา 4:1-13 ครับ

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ถ้าคุณกำลังตกอยู่ในการทดลองบางอย่าง ทูลขอกำลังให้สู้ได้จากพระเยซู พระองค์ทรงเข้าใจดี – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ใบหน้าคุณตอบว่าได้ หรือไม่ได้

และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา” แล้วข้าพเจ้าทูลว่า “ข้าพระองค์อยู่นี่ พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด” (อิสยาห์  6:8)

โทมัส เจฟเฟอร์สัน ประธานาธิบดีคนที่สามของสหรัฐอเมริกา วันหนึ่งขณะเดินทางไปพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเดินทางไปถึงริมฝั่งแม่น้ำที่น้ำท่วมล้นตลิ่ง พัดสะพานข้ามลอยไปไกลหลายไมล์ พวกเขาจึงต้องขี่ม้าข้ามแม่น้ำไป

ชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ริมฝั่งและต้องการข้ามไปด้วย ขณะที่มองดูคนกลุ่มนี้ขี่ม้าข้ามแม่น้ำ เขาเดินไปหาท่านประธานาธิบดีที่กำลังจะข้ามไป พูดว่า “ท่านครับ ช่วยพาผมข้ามแม่น้ำไปกับท่านได้มั้ยครับ?” โดยไม่ถามซ้ำ ประธานาธิบดีดึงชายคนนั้นขึ้นหลังม้าไปกับท่าน  และถึงฝั่งโดยปลอดภัย

พอลงจากหลังม้า  คนในกลุ่มของประธานาธิบดีเจฟเฟอร์สันพูดกับชายคนนั้นว่า “ทำไมคุณถึงขอให้ประธานาธิบดีพาคุณข้ามแม่น้ำมา?” ด้วยใบหน้าที่ตกใจ เขาตอบว่า “ผมไม่ทราบว่านั่นคือท่านประธานาธิบดี ตอนที่ผมยืนดูพวกคุณ หลายคนมีใบหน้าที่บอกว่า – ไม่ได้ – แต่ใบหน้าท่านประธานาธิบดีบอกว่า −ได้ − ครับ”

เมื่อพูดถึงการทรงเรียกของพระเจ้าในชีวิตคุณ คุณมีใบหน้าบอกว่า “ได้” หรือ “ไม่ได้”? คุณพร้อมที่จะทำสิ่งใดก็ได้ ไปไหนก็ได้ ตามที่พระเจ้าเรียกคุณหรือเปล่า? หรือว่าคุณอยากไปตามทางของคุณเอง?

จงค้นหาการเติมเต็มชีวิตที่แท้จริงโดยตามพระเจ้าไปในทางที่พระองค์นำ และมีใบหน้าที่ตอบว่า “ได้” ในทุกๆหัวเลี้ยว

อย่าขายความซื่อสัตย์ของคุณ โดยยอมผ่อนปรนสิ่งถูกต้องที่คุณควรต้องทำ

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เมื่อพระเจ้าเรียก หรือใช้ให้ไปทำสิ่งใด คุณกล้าตอบว่า “ได้” ในทันที หรือ “ขอคิดดูก่อน” ? – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

เชื่อใจได้

“แต่ดูก่อนพวกที่รัก อย่าลืมความจริงข้อนี้เสีย คือวันเดียวของพระเจ้าเป็นเหมือนกับพันปี และพันปีก็เป็นเหมือนกับวันเดียว” (2เปโตร 3:8)

เมื่อเรามองไปรอบๆและเห็นว่าสิ่งต่างเริ่มมีสีเขียวอีกครั้ง เราก็รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิเริ่มมาแล้ว และเรายังรู้อีกด้วยว่าฤดูร้อนกำลังตามมา เราเห็นหมายสำคัญที่บอกเราว่ามีสิ่งใดรออยู่ข้างหน้า และในทำนองเดียวกัน เราสามารถเห็นหมายสำคัญของเวลา ที่บอกเราว่าการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว

พระเจ้าทรงทราบอนาคตดีกว่าเรารู้จักอดีตของเรา และพระองค์ตรัสว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น พระองค์ไม่ได้กำลังเสี่ยงทาย

คุณว่ามันน่าทึ่งมั้ยถ้าผมจะเล่าให้คุณฟังถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น? มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ผมมีความทรงจำเรื่องอดีต แต่ถ้าผมจะทำนายแบบเป๊ะๆว่าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า หรือสองเดือนข้างหน้า หรือสิบปี หรือร้อยปี หรือสามร้อยปี นั่นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราอาจอยู่ไม่ถึงเวลานั้น แต่จะมีบางคนอาจได้เห็นถ้าผมเขียนหรือบันทึกไว้

และนี่คือสิ่งที่พระเจ้าทำในพระคัมภีร์  และในพระคัมภีร์พูดไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับชาวยิวที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมโลก และการกลับมารวมตัวกันของพวกเขา อันที่จริง ในเอเสเคียล 37:21–22 และในที่อื่นๆ พูดถึงอิสราเอลไว้หลายเรื่อง ประการแรก พระคัมภีร์บอกว่า พระเจ้าจะนำบุตรหลานของอิสราเอลมาจากท่ามกลางประชาชาติที่พวกเขากระจายไป ประการที่สอง พระองค์จะรวบรวมพวกเขาจากทุกหนแห่ง นำกลับคืนสู่ดินแดนของพวกเขา และประการที่สาม จะรวมให้เป็นชนชาติเดียวกันในดินแดนของพวกเขาเอง

สามสิ่งนี้เกิดขึ้นหรือยังครับ? ตรวจดู ตรวจดู ตรวจดู … มันเกิดขึ้นจริงตามที่พระคัมภีร์ทำนายไว้ทุกประการ

พระเจ้าทรงอยู่ในขอบเขตของนิรันดร์กาล และพระองค์ทรงเห็นอนาคตอย่างแจ่มชัดเหมือนกับที่ทรงเห็นอดีต พระองค์ทรงเห็นทุกสิ่ง และทรงรู้ทุกสิ่ง

ข้อสรุป : พระเจ้าทรงมองเห็นอนาคตชัดเจนเท่ากับทรงมองเห็นอดีต

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000, Riverside, CA 92514

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • เราอยู่ใน “ปลายยุคสุดท้าย” ดังนั้นอย่าประหลาดใจที่อะไรๆก็ผิดเพี้ยนไป พระวจนะของพระเจ้าทำนายไว้หมดแล้ว เราเพียงแต่ทำหน้าที่ๆได้รับมอบหมายให้เสร็จทันเวลานะคะ เร่งๆมือด้วย – ขอพระเจ้าอวยพร

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

จะมีชีวิตที่เต็มล้นด้วยพระวิญญาณอย่างไร ‏

แล้วท่านจึงตอบข้าพเจ้าว่า “นี่เป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ให้ไว้กับเศรุบบาเบลว่ามิใช่ด้วยกำลัง มิใช่ด้วยฤทธานุภาพ แต่ด้วยวิญญาณของเราพระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ” (เศคาริยาห์ 4:6)

ทุกวันนี้ผมเห็นหลายคนดิ้นรนมานานหลายปีในการรับใช้พระเจ้า พยายามให้พระเจ้าทำบางสิ่งให้พวกเขา แล้วสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาสอนพระคัมภีร์ ไปประกาศข่าวประเสริฐตามที่ต่างๆ และอธิษฐาน  พวกเขาใช้เรี่ยวแรงไปมากมายแต่ที่ได้กลับมาคือหลุมใหญ่ที่ว่างเปล่า

แย่หน่อยที่โบสถ์หลายแห่ง และคริสเตียนหลายคน ไม่เคยเข้าถึงความจริงในพระวจนะด้านบน การจะพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพฝ่ายวิญญาณไม่ได้มาจากกำลังของมนุษย์ แต่มาจากพระวิญญาณของพระเจ้า

แล้วก็มีผู้ใหญ่ในโบสถ์หลายท่านบอกกับผู้เชื่อใหม่ว่า “ถ้าต้องการรับใช้พระเจ้าจริงๆ ต้องการเป็นคริสเตียนที่ยิ่งใหญ่ คุณจำเป็นต้องทำโน่น ทำนี่…” แล้วเราก็นำสมาชิกใหม่เหล่านั้นไปทำในสิ่งที่ไม่เหมาะกับพวกเขาเลย แล้วก็จบลงด้วยทุกคนไม่พอใจ ทุกคนไม่มีความสุข เป็นเพราะผู้เชื่อใหม่เหล่านั้นไม่เคยถูกสอนให้รู้เรื่องชีวิตที่เต็มล้นด้วยพระวิญญาณ

ตรงข้ามกับความเชื่อที่ผู้คนนิยมกัน ชีวิตคริสเตียนไม่ได้เต็มล้นด้วยการ “มี” หรือ “ไม่มี” ไม่มีเรื่องว่าผู้เชื่อเข้าถึงจุดสูงสุดจนชนเพดานฝ่ายวิญญาณ ไม่สามารถไปต่อได้ ดังนั้นถ้าคุณต้องการดำเนินชีวิตที่เต็มด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า จำไว้ว่าไม่ใช่เรื่องของการพยายามสุดความสามารถ แต่เป็นการดำเนินชีวิตที่ยอมจำนนกับพระเยซูคริสต์

การดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณไม่ใช่ด้วยกำลัง แต่ด้วยการยอมจำนน ดังนั้นจงยอมจำนนตัวตนของคุณให้กับพระคริสต์ในแต่ละวัน แล้วพระองค์จะเติมคุณด้วยพระวิญญาณของพระองค์

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ยอมจำนนไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แต่จะทำได้โดยพึ่งพระวิญญาณที่อยู่ในเรา แล้วเราจะมีชีวิตคริสเตียนที่เติบโตและเต็มล้นในพระวิญญาณ – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ทำไมความสะดวกสบายจึงไม่ควรขัดขวางการเชื่อฟัง

“…ถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปหนึ่งกิโลเมตร ก็ให้เลยไปกับเขาถึงสองกิโลเมตร” (มัทธิว 5:41)

ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าดีๆเกี่ยวกับพี่น้องคริสเตียนที่โบสถ์ท่านหนึ่ง เป็นนักกฎหมายที่ต้องขับรถเกือบสองชั่วโมงเพื่อไปให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับลูกความ เมื่อไปถึงเขาใช้เวลาไปเกือบตลอดบ่ายให้คำปรึกษากับครอบครัวนี้  และเมื่อธุระจบลง เขาก็ขึ้นรถและมุ่งหน้าตรงกลับบ้าน

ขับไปตามถนนได้หลายไมล์ก่อนจะรู้สึกว่าพระวิญญาณของพระเจ้าเรียกร้องให้เขากลับไปที่ครอบครัวนั้นอีกครั้ง ไปแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า เขาจึงเลี้ยวรถกลับ มุ่งไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง นั่งลงคุยกับครอบครัว แบ่งปันคำพยาน และในที่สุดก็ได้นำทั้งครอบครัวมาเชื่อในพระเยซูคริสต์

การเชื่อฟังนั้นไม่ง่ายเสมอไป จริงมั้ย? เพราะมันไม่ค่อยสะดวกนักสำหรับนักกฎหมายท่านนี้ที่จะเลี้ยวรถกลับไปแบ่งปันเรื่องราวของพระคริสต์กับลูกความ แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้ทำ และบ่อยครั้ง พระเจ้าทรงเรียกคริสเตียนให้เดินไปไกลอีกหนึ่งกิโลเมตรเพื่อสำแดงความรักของพระคริสต์

บางทีคุณอาจรู้สึกรีรอระหว่างการงานของพระเจ้ากับความสะดวกสบายของตนเอง  แต่พระเยซูตรัสไว้ชัดเจน … ให้ไปอีกหนึ่งกิโลเมตร แสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าคุณรักพวกเขาโดยยอมสละ “ความสะดวกสบาย” ส่วนตัว ให้สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นพันธกิจของพระเจ้า ในขณะที่คุณหว่านเมล็ดพันธ์แห่งพระกิตติคุณออกไปในชีวิตของผู้คนมากมายที่คุณพบระหว่างทาง

อย่าให้ “ความไม่สะดวกสบาย” กันคุณออกไปจากการเชื่อฟัง  ให้เดินเพิ่มไปมากกว่าหนึ่งกิโลเมตร เพื่อสำแดงความรักของพระคริสต์ต่อผู้อื่น

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ไม่ต้องพูดถึงเดินเพิ่มไปอีกหนึ่งกิโลเมตร คริสเตียนบางคนรากงอก แน่นิ่งกับที่ไม่เดินไปไหนเลย – อย่าเป็นอย่างนั้นกันนะคะ ขอพระเจ้าอวยพร
Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ความรัก? หรือความรู้?

เซรูบิม

วันหนึ่งเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอ่านพระคัมภีร์แล้วเห็นภาพประกอบเป็นรูปทูตสวรรค์ เธอจึงถามผู้เป็นพ่อว่า “พ่อคะ ทูตสวรรค์เชรูบิม (เครูป) ต่างจากทูตสวรรค์เสราฟิมอย่างไรคะ?” คุณพ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งคู่จึงชวนกันไปค้นในหนังสือเอนไซโคลพีเดียเพื่อหาคำตอบ

ในที่สุดก็พบว่า เชรูบิมนั้นเป็นเลิศในเรื่องความรู้ และเสราฟิมเป็นเลิศในเรื่องความรัก

เด็กนั้นนั่งคิดอยู่สักพักก็พูดขึ้นว่า “เมื่อลูกตาย ลูกจะเป็นเสราฟิม ลูกอยากจะรักพระเจ้ามากกว่ารู้ไปเสียทุกเรื่อง” น่ารักนะครับ

ใน 1โครินธ์ 13:2 กล่าวว่า “แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวงและมีความรู้ทั้งสิ้น และมีความเชื่อมากยิ่งที่สุดพอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย”

ความรักเป็นเลิศกว่าความรู้ครับ

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • มีทั้งความรัก และความรู้จะยิ่งดีขนาดไหน แต่อย่าลืม “ความรักใหญ่ที่สุด”