Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ไม่ใช่ความเชื่อในความเชื่อ แต่โดยพระคุณล้วนๆ

“ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้ ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้ เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้” (เอเฟซัส 2:89)

เมื่อพูดเรื่องความเชื่อ พวกมารจะฉลาดมาก นี่คือกลยุทธที่มันอาจใช้กับคุณ – มันจะเห็นด้วยกับคุณก่อนเพื่อจะทำให้คุณตายใจ

มันจะพูดว่า “แน่นอนคุณได้รับความรอดโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าความเชื่อของคุณดีพอ หรือแข็งแกร่งพอจะทำให้คุณรอดได้? ถ้าเกิดความเชื่อคุณอ่อนแอเกินไปล่ะ? ถ้าคุณเกิดทำไม่ได้ล่ะ?”

มันจะพยายามทำให้คุณนำความเชื่อของคุณไปวางไว้ในความเชื่อ แทนที่จะไปวางใจในพระเยซู

คุณเคยได้ยินคำพูดว่า “รอดโดยความเชื่อ” มั้ย? ไม่มีเรื่องนี้นะครับ คุณได้รับความรอดโดยพระคุณทางความเชื่อ คุณไม่ได้รับความรอดโดยความเชื่อ มีแต่พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่ช่วยให้รอดได้

โดย: Pastor Adrian Rogers

Daily devotional

Love worth finding ministries: www.lwf.org

 


Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

คุณไปไหนต่อเมื่อจมลงถึงก้นบึ้งแล้ว?

“… แต่ดาวิดก็มีกำลังขึ้นในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน” (1ซามูเอล 30:6)

บางครั้งชีวิตไม่เป็นไปตามที่เราคิด และนี่เป็นกรณีเดียวกับที่เกิดขึ้นกับหนุ่มน้อยที่ชื่อดาวิด ท่านได้รับการเจิมตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์คนต่อไปของอิสราเอล

ขณะที่กษัตริย์ซาอูลยังนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระเจ้าได้เลือกให้ดาวิดมาทำหน้าที่ต่อ ทำให้กษัตริย์ซาอูลนั่งไม่ติด หาทางฆ่าดาวิดทุกวิธีก่อนที่ดาวิดรูปหล่อจะได้มงกุฎไปสวมแทน หนุ่มน้อยที่ก่อนหน้านี้ได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับยักษ์ฟิลิสเตียชื่อโกลิอัท บัดนี้กำลังหนีเอาตัวรอด และที่ๆหนึ่งที่ซาอูลนึกไม่ถึงว่าดาวิดจะไปหลบซ่อนตัว คือในท่ามกลางพวกฟิลิสเตียที่ๆดาวิดเคยทำให้พวกเขาอับอายขายหน้ามาแล้ว นั่นคือที่ๆท่านใช้หลบซ่อนตัว … ท่ามกลางพงหนาม

ตอนนั้น ดาวิดมีกองกำลังติดตามท่านไปราวหกร้อยคน ทุกคนต่างก็พาลูกและภรรยาไปอยู่ด้วยที่ในค่าย ทีมนอกคอกที่ไม่มีใครอยากไปยุ่งด้วยกลายเป็นอาณาจักรน้อยๆของดาวิดในช่วงเวลานั้น

วันหนึ่งขณะที่ดาวิดและคนของท่านออกไปสู้รบ มีคนอีกกลุ่ม ชาวอามาเลขบุกเข้าไปในค่ายจับบรรดาภรรยาและลูกๆไปเป็นเชลย เมื่อดาวิดและคนของท่านกลับไปถึงค่าย เจอแต่ความว่างเปล่า ไฟที่กำลังลุกไหม้ และเสียงหวีดร้องของคนในครอบครัวที่ยังเหมือนลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

พวกผู้ชายร้องไห้จนไม่มีน้ำตาหรือมีแรงเหลือ แทนที่จะรีบวางแผนช่วยเหลือ พวกเขากลับหันมาโกรธผู้นำ ข่มขู่จะเอาหินขว้างท่านให้ตาย คนที่เจ็บปวดบ่อยครั้งมักทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด และหาทางโทษไปที่คนอื่น

คุณจินตนาการความรู้สึกของดาวิดได้หรือไม่? เจ้านายคนก่อนหน้าของท่านจ้องจะฆ่าท่าน (ท่านเคยทำงานในวังของซาอูล) เพื่อนๆที่ดีที่สุดของท่านกลับมาต่อสู้ท่าน ลูกและภรรยาถูกจับไปเป็นเชลย หรืออาจถูกฆ่าไปแล้ว ท่านจะหันไปหาใคร? จะให้กำลังใจคนของท่านได้อย่างไรในเมื่อตัวท่านเองก็หมดสิ้นทุกอย่าง ไม่เหลือให้ใครได้อีก?

มีที่หนึ่งที่หันไปได้ … พระเจ้า  แต่ดาวิดก็มีกำลังขึ้นในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน” (1ซามูเอล 30:6)

พี่น้องคะ บางครั้งพระเจ้าคือที่ๆเดียวที่เราต้องหันไปพึ่งพิง น่าอายหรือไม่ ที่เรารอจนกระทั่งพระเจ้าเป็นแหล่งสุดท้ายในการพึ่งพิงแทนที่จะเป็นที่แรกเพื่อขอการปกป้อง? ใช่ค่ะ พระเจ้าทรงเรียกเราให้เข้ามาอยู่ในชุมชนของผู้เชื่อด้วยกัน แต่ฉันเชื่อว่าบางครั้งพระองค์ต้องการให้เราผูกพันติดอยู่กับพระองค์

โมเสสอยู่ตามลำพังกับพระเจ้าเมื่อทูลตอบพระองค์ที่พุ่มไม้ไฟลุก ฮารการ์อยู่ตามลำพังกับพระเจ้าเมื่อพระองค์ตรัสด้วยและนำน้ำมาให้เธอดื่มในทะเลทราย เอลียาห์อยู่ลำพังกับพระเจ้าเมื่อทรงสำแดงพระองค์เองด้วยเสียงเบาๆ ฮันนาห์อยู่ลำพังกับพระเจ้าเมื่อเธอเทใจลงในคำอธิษฐานขอบุตร พระเยซูเองบ่อยครั้งที่ทรงปลีกตัวไปตามลำพังเพื่ออธิษฐานต่อพระบิดา… แล้วเราควรไปที่ไหนดีเมื่อจมลงถึงก้นบึ้ง? เมื่อเรารู้สึกว่างเปล่า? เมื่อสูญสิ้นความหวัง?

ไปเฝ้าพระเจ้า มีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน มันได้ผลสำหรับดาวิดและมันจะได้ผลสำหรับคุณด้วย หลังจากนั้นดาวิดเขียนบทสดุดีว่า “คือพระเจ้าผู้ทรงเอากำลังคาดเอวของข้าพเจ้าไว้ และทรงกระทำให้ทางของข้าพเจ้าปลอดภัย” (สดุดี 18:32)

โดย: Sharon Jaynes

Girlfriends in God: www.crosswalk.com

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ความสว่างที่ได้มอบให้คุณ ‏

พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่ (ยอห์น 1:4-5)

ไม่จำเป็นต้องมองเจาะลึกแต่อย่างใดเพื่อจะเห็นว่าโลกทุกวันนี้อยู่ในความมืดมิด —มืดบอดทางสติปัญญา มืดบอดทางการเมือง และมืดบอดทางศีลธรรม แต่เป็นเพราะพระเยซูคริสต์ได้เสด็จเข้ามาในโลกนี้ พวกเราที่นั่งกันอยู่ในความมืด ได้เห็นความสว่างที่ยิ่งใหญ่ ในคืนวันที่พระคริสต์มาบังเกิด ดาวดวงที่ส่องแสงเจิดจ้าทะลุความมืดบนท้องฟ้าเข้ามา และส่งสัญญาณถึงการเสด็จมาของพระผู้ช่วยให้รอด และบัดนี้พระเจ้าทรงอยู่กับเรา

พระคัมภีร์บอกคุณและผมว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในความสว่างที่เราไม่สามารถเข้าไปได้ และในความเป็นมนุษย์ของเรา ที่ตกอยู่ในสภาพล้มลง เราไม่มีทางรู้จักพระเจ้าได้ ไม่อาจยืนต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ หรือไม่มีโอกาสแม้จะสัมผัสกับความรักของพระองค์ เราอยู่ห่างไกลจากพระองค์ ถูกเรียกว่าเป็น “ศัตรู” และเป็น “คนนอก” ในสายพระเนตรพระองค์

คุณและผมสามารถยืนอยู่ในความสว่างที่บริสุทธิ์ บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิขององค์พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพได้อย่างไร? ครับ มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปถึงความสว่างนั้น พระเจ้าจึงประทานความสว่างให้ ในคืนวันที่พระคริสต์มาประสูติ เมื่อพระเจ้าทรงมารับสภาพเป็นทารกน้อย เมื่อพระเจ้าผู้ไม่จำกัดได้กลายมาเป็นทารกน้อยอ่อนแอ ประตูจึงเริ่มเปิด และทั้งกัลปจักรวาลเริ่มแยกออกเมื่อพระเยซูทรงเปิดหนทางสู่พระบิดา

เมื่อย้อนรำลึกถึงคริสตมาส อย่าลืมว่าถ้าไม่มีพระองค์ ทั้งคุณและผมยังอยู่ในความมืด จงใช้เวลาใคร่ครวญเรื่องความสว่างนี้ที่ได้ทรงประทานให้คุณ

ถ้าไม่มีพระคริสต์แล้ว โลกก็จะตกอยู่ในความมืดมิดตลอดกาล ดังนั้นจงใช้เวลาใคร่ครวญ และขอบพระคุณสำหรับความสว่างที่พระองค์ประทานให้คุณ

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

การตัดสินใจ

และจงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านไว้ให้เป็นกายเดียวด้วย เพื่อสันติสุขนั้น และท่านจงมีใจกตัญญู (โคโลสี 3:15)

ขณะที่พระเจ้าตรัสกับเราก่อนและสำคัญที่สุดตรัสทางพระวจนะ และยังตรัสกับเราผ่านสถานการณ์ต่างๆด้วย ที่อยากจะบอกคือ ผมไม่ตัดสินใจโดยยึดสถานการณ์เพียงอย่างเดียว

เราพูดถึงภาพประตูถูกเปิด แต่พระเจ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่เปิดประตูได้ เมื่อโยนาห์ไม่เชื่อฟัง ตีตั๋วลงเรือไปทิศตรงข้ามกับที่พระเจ้าสั่ง มารเปิดประตูทุกบานเพื่อให้โยนาห์ได้ขัดคำสั่ง ดังนั้นไม่ใช่เพราะเรื่องต่างๆเกิดพร้อมกันอย่างประจวบเหมาะ ก็อย่าตัดสินใจโดยยึดไปตามสถานการณ์เหล่านี้

ประการแรก − คุณต้องนำพระวจนะเข้ามาช่วยพิจารณาเพื่อจะไม่ขัดต่อหลักพระคัมภีร์ และผมเชื่อว่า ถ้าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ พระองค์จะทรงยืนยันด้วยสถานการณ์ คุณจึงจำเป็นต้องวางใจให้พระองค์นำคุณไป

อ.เปาโลถูกยับยั้งทั้งเรือแตกและโรคภัย มีบางครั้งที่พระเจ้าทรงปิดประตู − รถสตาร์ทไม่ติด แผนต้องเปลี่ยน แต่เรายังต้องระมัดระวังอย่างมาก อย่าตัดสินใจโดยยึดตามสถานการณ์เช่นนี้

ประการที่สอง – การมีสันติสุขของพระเจ้าในใจเป็นเรื่องสำคัญมาก โคโลสี 3:15 กล่าวว่า “และจงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านไว้ให้เป็นกายเดียวด้วย เพื่อสันติสุขนั้น และท่านจงมีใจกตัญญู” มีบางครั้งผมเกือบทำบางสิ่งที่รู้สึกขาดสันติสุขทั้งๆที่สถานการณ์รอบด้านดูดีไปหมด และไม่เห็นว่ามันขัดกับหลักพระคัมภีร์ แต่มันมีความรู้สึกบางอย่างว่าไม่ควรทำ และผมเรียนรู้ที่จะยอมฟัง

ประการสุดท้าย – บางทีก็เป็นเรื่องธรรมดาๆเช่นเรื่องเวลา พระประสงค์ของพระเจ้านั้นสำคัญ และเวลาของพระองค์ก็สำคัญด้วย ดังนั้นเมื่อคุณแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า ถ้าคำทูลขอถูกต้อง เวลาเหมาะสม และคุณถูกต้องตรงต่อพระเจ้า พระองค์ก็จะบอกให้คุณเดินหน้าได้

ข้อสรุป : สถานการณ์ได้ ไม่มีสันติสุข จึงไม่ควรเป็นสิ่งผลักดันให้คุณต้องตัดสินใจ

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

 

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

ถูกเรียกให้มาทำส่วนของตน

ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น (1โครินธ์ 12:27)

หนังสือกิจการของอัครทูตครอบคลุมช่วงเวลา 30 ปีในประวัติศาสตร์ และโดยส่วนใหญ่ เตือนผู้เชื่อในศตวรรษที่หนึ่งอย่างเรียบง่ายว่าให้ตื่นขึ้นทุกเช้า เดินไปในความเชื่อ และแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระเจ้าจะทรงเข้ามาแทรกแซง จะเข้ามามีส่วนอย่างอัศจรรย์และน่าทึ่ง

เราเองพบว่าในหนังสือกิจการของอัครทูตมีองค์ประกอบสำคัญสามส่วนในวิธีการที่พระเจ้าทรงทำการของพระองค์  พระวิญญาณของพระเจ้าทำงานผ่านพระวจนะของพระองค์เข้าสู่ในหัวใจประชากรของพระองค์

ในวันเพนเทคสเต มีผู้เชื่อเพียง 120 คนมารวมตัวในขณะที่พระวิญญาณทรงเทลงมา โลกของพวกเขาก็ชั่วร้ายพอๆกับของเรา และบางเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่าด้วยซ้ำ พวกเขาตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันที่ไม่นับถือพระเจ้า ศีลธรรมตกต่ำเสื่อมทราม ในเมืองอย่างโครินธ์ หญิงโสเภณีเดินไปมาบนถนนอย่างเปิดเผย สถาบันศาสนาล้มคว่ำไม่เป็นท่า การนับถือภูติผี บูชารูปเคารพทำกันอย่างเปิดเผย ในทุกที่ๆคริสเตียนยุคแรกไป พวกเขาจะถูกเยาะเย้ย ต่อต้าน ถากถาง ถูกข่มเหง และถูกทำร้ายร่างกายเพราะความเชื่อของพวกเขา

แต่ภายในเวลา 30 ปี ผู้เชื่อที่เริ่มต้นจาก 120 คน การกลับใจของพวกเขาได้เปลี่ยนโลกบางส่วนไปอย่างดี

และพวกเขาทำสิ่งต่างๆโดยไม่มีตัวช่วยอย่างที่เราพึ่งพิงเหมือนในสมัยนี้ พวกเขาไม่มีโบสถ์ใหญ่สง่างาม จุคนได้เป็นพันๆหมื่นๆ  ไม่มีเทคโนโลยีนำสมัย ท่านยอห์นไม่มีรายการโทรทัศน์เป็นของตนเอง โทมัสไม่มีเฟซบุค เปโตรไม่ใช้ทวิตเตอร์ แต่พวกเขากลับสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่เพื่อให้โลกใบนี้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นอะไรคือความลับของพวกเขา? คริสเตียนทุกคนเชื่อว่าพวกเขาถูกเรียกให้มาทำส่วนของตน และผมเชื่อว่านี่ยังคงเป็นความลับอยู่จนทุกวันนี้ คุณมีบทบาทที่ต้องทำหน้าที่ ผมเองก็ด้วย เราจึงต้องถามตัวเองว่า “ที่ของฉันอยู่ตรงไหนในคริสตจักร?” ถ้าเราเริ่มคิดเช่นนี้ มันจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

ข้อสรุป: คริสเตียนทุกคนเชื่อว่าพวกเขามีส่วนที่ต้องทำ – คุณล่ะครับ?

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

คำถาม

  • คุณได้ทำส่วนของคุณบ้างหรือยัง? อย่ารอจนสายเกินการนะคะเพราะว่าเวลากำลังหมดไป ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

คุณแบกรับความบาปไว้มากแค่ไหน?

“พระเจ้าตรัสว่า “มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดง ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ” (อิสยาห์ 1:18)

ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวสองคนพี่น้อง วันหนึ่งพวกเขาออกไปทำงานกลางแจ้ง มีผึ้งตัวใหญ่บินมาต่อยพี่ชายคนโต ขณะที่เขากำลังดูแผลที่ถูกต่อย ผึ้งตัวนั้นก็เริ่มบินไปรอบๆน้องชายคนเล็ก

น้องชายเริ่มตระหนก ร้องตะโกน “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย” พี่ชายจึงตะโกนตอบว่า “ผึ้งตัวนั้นมันต่อยไม่ได้อีกแล้ว เพราะเหล็กในมันมาอยู่ในพี่ มันได้แค่บินวนๆแล้วส่งเสียง มันต่อยพี่แล้ว มันไปต่อยน้องอีกไม่ได้”

ช่วงเวลานั้นเมื่อพระเยซูคริสต์ทรงรับเอาเหล็กในของความบาป พระองค์แบกรับความบาปไปทั้งหมด และยอมตายเพื่อความบาปของเรา นี่คือสาเหตุที่เรามีเสรีภาพในพระคริสต์ เพราะเราถูกปลดออกจากโทษทัณฑ์ของบาปแล้ว … มันไม่อาจมาแตะต้องคุณได้ เมื่อคุณปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนแห่งความรักของพระเยซู

แต่สิ่งที่หลายคนในทุกวันนี้ทำคือพึ่งพิงการงานของตนเองเป็นสรณะ ราวกับพูดว่า “บางทีพระเยซูอาจไม่ได้รับเหล็กไนอย่างเต็มขนาด ฉันคงต้องช่วยทำส่วนที่เหลือ” แต่ความจริงคือพระเยซูได้จ่ายให้ทั้งหมดแล้ว และถ้าคุณอยู่ในพระองค์ คุณก็ถูกชำระให้สะอาดแล้ว ขาวเหมือนหิมะ และไม่จำต้องเจอกับเหล็กไนของความบาป

ในพระเยซูคริสต์ คุณได้รับการชำระให้ขาวเหมือนดังหิมะ และไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ของความบาปอีก เพราะพระองค์ทรงรับแทนไปแล้ว

โดย: Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry: www.powerpoint.org

คำถาม

  • คุณพึ่งพิงการชำระโดยโลหิตของพระเยซู หรือคุณคิดว่านั่นไม่เพียงพอ ต้องออกแรงช่วยด้วยฝีมือตนเอง? ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

 

Categories
บทความแปล วันนี้ที่ CJ

แม้ในความมืด

“…และพระเจ้าก็ทรงบันดาลให้ลมทิศตะวันออกพัดโหมไล่น้ำทะเลตลอดคืน ทำให้ทะเลกลายเป็นดินแห้ง น้ำแยกออกจากกัน” (อพยพ 14:21)

รู้สึกพระเจ้าอยู่ไกลเกินไปมั้ย? คุณรู้สึกโดดเดี่ยวหวาดกลัวหรือเปล่า? ชีวิตดูมืดมนหรือไม่?

มาถึงบางจุดฉันตอบว่า “ใช่” สำหรับทุกคำถามด้านบน หลังจากที่ต้องเจอโศกนาฏกรรมในชีวิต ใจฉันเต็มด้วยความหวาดกลัว พระเจ้าดูเหมือนอยู่ห่างไกล และฉันรู้สึกโดดเดี่ยวลำพัง

ในช่วงเวลามืดมิดนั้น พระเจ้านำฉันไปยังเรื่องของชาวอิสราเอลเมื่ออพยพออกจากเป็นทาสในประเทศอียิปต์ ตอนแรกฟาโรห์ตกลงใจปล่อยประชากรของพระเจ้าไป เมื่อพวกเขาเริ่มออกเดินทาง ฟาโรห์เปลี่ยนใจ ไล่ล่าตามไปพร้อมด้วยรถม้าอย่างดีและทหารอีกกว่า 600 นาย  กองทหารที่ไล่ตามทำให้คนอิสราเอลหวาดกลัว ร้องหาผู้นำ โมเสส … โมเสสเตือนประชากรของพระเจ้าถึงพระสัญญาที่จะทรงช่วยกู้ แต่สถานการณ์รอบตัวดูไม่เป็นไปตามนั้น เมื่อชาวอิสราเอลได้ยินเสียงรถม้าวิ่งไกล้เข้ามา และเห็นสายน้ำมหึมาทางหนีทางเดียวกั้นขวางอยู่

คุณว่าพวกเขากลัวขนาดไหน? ความจริงที่รู้คือ กองกำลังฝีมือเยี่ยมของฟาโรห์ที่ไล่ล่าอยู่ มีอุปสรรคมหึมาขวางกั้น − ทะเลแดง − พวกเขาไม่มีทางหนีรอดได้ ประชากรของพระเจ้าไม่รู้เลยว่าอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ของพระองค์กำลังรออยู่

เมื่อโมเสสยื่นมือออกไปเหนือน้ำ พระวจนะกล่าวว่า “…และพระเจ้าก็ทรงบันดาลให้ลมทิศตะวันออกพัดโหมไล่น้ำทะเลตลอดคืน  ทำให้ทะเลกลายเป็นดินแห้ง…” (อพยพ 14:21ข) เป็นเพราะความมืด ชาวอิสราเอลจึงเห็นไม่ชัดว่าพระเจ้าได้ทรงทำสิ่งใด

ในความมืดของกลางคืน พระเจ้าทรงทำการอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเพื่อช่วยลูกๆของพระองค์ ตามที่ทรงสัญญาไว้

ดูเหมือนถ้อยคำกระโดดออกมาจากหน้าหนังสือ และตรงเข้าสู่จิตใจที่โดดเดี่ยวของฉัน แม้คนอิสราเอลไม่ได้ยินหรือเห็นพระเจ้า แต่พระองค์ทรงเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด ฉันเองก็เช่นกัน ไม่ “เห็น” หรือ “สัมผัส” พระองค์ แต่พระองค์ทรงทำการอยู่รอบๆตัวโดยที่ฉันไม่เห็น – ทรงอยู่ด้วยและนำฉันข้ามผ่านอุปสรรคนั้นไปได้

ในความมืดเรามีสองทางเลือก เราอาจจัดการเรื่องนั้นๆด้วยมือเราเอง หันไปหายาเสพย์ติดและของมึนเมาเพื่อให้ความเจ็บปวดด้านชา หาคำปรึกษาหรืออ่านหนังสือวิธีรับมือกับปัญหาด้วยตัวเอง ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นหรือจะสามารถเยียวยาและเติมให้เต็มได้ หรือเราอาจมองไปที่พระเจ้า เปิดพระวจนะออกอ่าน รู้ว่าพระองค์สามารถเยียวยาและเติมเต็มได้

คุณอยากให้ความจริงแห่งพระวจนะเป็นจริงในชีวิตคุณหรือเปล่า? คุณอยากให้พระองค์มาคอยอยู่ใกล้ๆหรือเปล่า? เพียงแค่ทูลขอ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญาว่า “เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วย สิ้นสุดใจของเจ้า” (เยเรมีย์ 29:13) เช่นเดียวกับที่ทรงอยู่กับคนอิสราเอลในยุคนั้น พระองค์ทรงอยู่กับเราด้วยในยุคนี้ และทรงทำการแทนเราเสมอ ถึงแม้เราไม่เห็นและไม่รู้สึกว่าทรงอยู่ใกล้

วันนี้ ถ้าคุณกำลังอยู่ในความมืด ถ้าสถานการณ์กำลังบีบคั้นราวกับจะกลืนกิน ถ้าคุณรู้สึกพ่ายแพ้หมดรูป … แสวงหาพระเจ้า ทูลขอพระองค์ให้ช่วย และจำไว้ว่า พระเจ้าอยู่ที่นั่นเสมอ…. พระองค์ยังทรงเปิด “ทะเลแดง” ของคุณอยู่จนทุกวันนี้

โดย: Wendy Blight

Encouragement for today: www.crosswalk.com

ข้อคิด

  • พระเจ้าที่ทรงเปิดทะเลแดงช่วยคนอิสราเอลเป็นพระเจ้าเดียวกับที่อยู่ด้วยคอยช่วยเราในทุกวันนี้ – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ