เพราะว่า ถึงแม้ว่าเราอยู่ในโลกก็จริง แต่เราก็มิได้สู้รบตามโลกียวิสัย เพราะว่าศาสตราวุธของเราไม่เป็นฝ่ายโลกียวิสัย แต่มีฤทธิ์เดชจากพระเจ้า อาจทำลายป้อมได้ คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์ (2โครินธ์ 10:3-5)
ป้อมปราการเป็นหนึ่งในคำศัพท์คริสเตียนที่ยากจะรับเข้ามาในความคิด ไม่ใช่คำที่เราใช้กันทุกวัน แล้วอะไรคือป้อมปราการ?
ป้อมปราการหรือป้อมเป็นรูปแบบความคิดที่ก่อกำแพงล้อมรอบความคิดจิตใจเรา กักเราไว้ให้เป็นนักโทษของความคิดผิดๆ ความคิดลบ มันจะก่ออิฐล้อมไปทีละก้อนด้วยการตอกย้ำความคิดจากเหตุการณ์เลวร้ายในอดีต – ถูกลวนลามทางเพศตอนเด็ก ถูกข่มขืน ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกทำร้าย
ในพระคัมภีร์เดิม ป้อมปราการเป็นที่หรือเป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อใช้หลบภัยจากศัตรู ดาวิดระหว่างซ่อนตัวอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ท่านอาศัยในป้อมหรือที่หลบภัยเพื่อให้พ้นจากการตามฆ่าของกษัตริย์ซาอูล (1ซามูเอล 22:4, 23:14) ส่วนใหญ่คือถ้ำบนภูเขาสูง หรือที่ๆมีกำบังแข็งแรงยากจะบุกเข้าไป ในพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าเรียกป้อมนี้ว่า “พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนที่ถูกกดขี่ ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในเวลายากลำบาก” (สดุดี 9:9)
ในพระคัมภีร์ใหม่ใช้ภาพจินตนาการป้อมปราการเป็นภาพของป้อมที่พันธนาการ ไม่ใช่ป้องกัน เราค่อยๆสร้างป้อมนี้ขึ้นมาจากแนวความคิดที่กักเราไว้เป็นนักโทษ เบธ มัวร์ เรียกป้อมนี้ว่า “อะไรก็ตามที่เรายึดไว้จนกลายเป็นมันยึดเรา” อะไรก็ตามที่ตั้งตัวขึ้นมาต่อต้านความรู้เรื่องพระเจ้า ป้อมนี้ไม่ได้มีเพื่อปกป้องเรา แต่กลับไปปกป้องศัตรูที่ครอบงำและควบคุมความคิดจนต่อยอดไปสู่การกระทำ
ป้อมอาจเป็นความคิดเช่น :
- ฉันมันไม่ดีพอ
- ฉันเป็นของเสีย ใช้การไม่ได้
- ไม่มีใครรักฉัน
- ไม่มีใครสนใจฉัน
- ฉันทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง
ป้อมปราการอาจเป็นบางสิ่งที่เรายึดไว้แน่น :
- บุคคล
- ชอปปิ้ง
- ใช้เงินซื้อความสุข
- แอลกอฮอล
- หมกมุ่นเรื่องเพศ
- โลภอาหาร
- สงสารตัวเอง
ศัตรูกักขังคุณไว้ในความหวังที่กุญแจสู่อิสรภาพถูกกันไว้ให้พ้นมือ แต่รู้มั้ย – คุณเอื้อมไปถึงกุญแจนั้นได้
หนทางที่จะเผยโฉมศัตรูและเอาชนะได้คือพังกำแพงป้อม ป้อมปราการที่คุณซ่อนตัวอยู่ ความประพฤติที่ไม่น่ารักจนกลายเป็นอุปนิสัย เป็นป้อมที่มารใช้กักชีวิตเราไว้ ทันทีที่ตระหนักถึงสิ่งที่มารโกหก – จนกลายเป็นแนวคิด เป็นจินตนาการความรู้สึกร้ายๆ เช่นความริษยา ความกังวล ความโกรธเกลียด – คุณต้องปฏิเสธคำโกหกเหล่านั้น และแทนที่ด้วยความจริงของพระเจ้า ทุกครั้งที่คุณปฏิเสธคำโกหก คุณก็ทำลายอิฐจากป้อมของมารไปทีละก้อน และไม่นาน จะเห็นโฉมเจ้าพ่อแห่งการมุสาและหลอกลวง
ฉันไม่ได้บอกว่านี่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย เราบางคนรู้สึกสบายดีในป้อมนั้น ไม่รู้ตัวว่ามันมีอยู่ ฉันเองถึงจะได้รับความรอดแล้ว แต่ก็ยังตกเป็นทาสอยู่หลายปี ถูกล่ามไว้ด้วยความรู้สึกต่ำต้อย ขาดความมั่นคง และคิดว่าไม่ดีพอ ดังนั้นจึงโตขึ้นมาอย่างปวกเปียกโดยไม่รู้ตัว รู้สึกสบายอยู่ในความอ่อนแอนั้น รับใช้มารทุกวันอยู่หลายปี นั่งหลบอยู่หลังกำแพงที่สร้างขึ้นมาเอง แต่สรรเสริญพระเจ้า พระเยซูทรงเปิดตาให้เห็นความจริง และทรงเรียกให้ออกมาจากป้อมที่ขังฉันไว้
ทำลายป้อมไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ทำได้ อ. เปาโลใช้คำเช่น – ดิ้นรน ต่อต้าน พังทลายลง และต่อสู้ ข่าวดีคือเราไม่ได้ทำคนเดียว พระวิญญาณบริสุทธิ์จะให้กำลังเรา พระเยซูจะประทานความสว่าง และพระเจ้าจะเข้ามาควบคุม เราแค่ยอมให้ความร่วมมือด้วยใจเชื่อฟัง
เมื่อพูดถึงป้อมปราการ ไม่ใช่แค่ความคิด หรือความบาปที่เข้ามาเป็นครั้งคราว แต่เป็นรูปแบบความคิดจนเป็นอุปนิสัยบาป เป็นป้อมที่สร้างด้วยอิฐแห่งความคิด ยึดไว้ด้วยอารมณ์ จนป้อมนั้นกลายเป็นความจริงในความคิดของเรา
สำหรับฉัน แทนที่คำหลอกลวงด้วยความจริงแห่งพระเจ้า ช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากป้อมที่คิดติดลบจนเป็นวงจรความท้อล้า สิ้นหวัง และขาดกำลังใจ ปฏิเสธคำหลอกลวงนั้นจะทำลายป้อมลง อีกไม่นานจะหายไปไม่เห็นแม้แต่ซาก
เมื่อเรารู้จักโฉมหน้าศัตรู จงรู้ไว้ คำโกหกของมันก่อกำแพงบังเรามิด จงทลายกำแพงนั้นด้วยความจริงของพระเจ้า แล้วเราจะเป็นอิสระ
โดย Sharon Jaynes
อนุญาตโดย Girlfriends in God : www.crosswalk.com
(Cr.ภาพ caracaschronical.com)