“ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าวัดได้จากสามัคคีธรรมที่เรามีกับผู้อื่น และจากความรักที่เราสำแดงออกมาในแต่ละวัน”
(Our love to God is measured by Our everyday fellowship with others and the love it displays.) -Andrew Murray-
ความรักของเราต่อพระเจ้า ต้องเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้!
ความรักไม่ใช่เป็นแค่ประเด็นที่เราเอามาพูดถึง แต่ต้องเป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการ จะเห็น!
ความรักที่แท้จริงต้องเป็นสิ่งที่สำแดงออกมาให้เราสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน
ความรักเป็นดุจอากาศหรือออกซิเจนที่มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเราหรือเป็นใครก็ตามต่างก็จำเป็นจะต้องมี ดุจเดียวกัน หากขาดอากาศเราจะอึดอัด หายใจไม่ออก และตายด้วยความทุรนทุราย
เช่นเดียวกัน หากเราขาดความรักเราก็จะเฉาหรือกระเสือกกระสนจนตายเช่นกัน!
ด้วยเหตุนี้ ในการอาศัยหรือร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ที่เรียกว่า “สามัคคีธรรม” นั้น เราจึงจำเป็นต้องมีความรักเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของเราดำเนินต่อไปได้ ขอให้จำไว้เสมอว่า เราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ตามลำพัง
ในปฐมกาล เมื่อพระเจ้าทรงทอดพระเนตรมนุษย์ที่ถูกสร้างมาตามแบบอย่างพระฉายของพระองค์คนแรกคือ อาดัม พระองค์ตรัสว่า…
“การที่ชายผู้นี้จะอยู่แต่ลำพังนั้นไม่ดี” (ปฐก.2:18ก)
คริสเตียนหรือใครก็ตามในโลก จึงไม่ควรมีชีวิตอยู่โดยลำพัง
คริสเตียนเราไม่เรียกตัวเองว่า “สัตว์สังคม” อย่างที่นักสังคมวิทยาเรียกกัน แต่เราก็ยอมรับว่ามนุษย์นั้นต้องอยู่กันเป็นสังคม ตามพระเจตนารมณ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสร้าง
คริสตจักรจึงเกิดขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้เป็นชุมชนของคนที่เชื่อศรัทธาในพระองค์ในการพบปะช่วยเหลือและเสริมสร้างชีวิตของกันและกัน!
ดังนั้น หากว่าคุณรักพระเจ้าหรือคุณบอกว่า พระเจ้าทรงรักคุณ ก็ขอให้คุณได้สำแดงความรักนั้นออกมาให้เห็นให้มากที่สุดเท่าที่ทุกคนจะเห็นและสัมผัสได้ ผ่านสามัคคีธรรมระหว่างคุณและคนในคริสตจักรของคุณ ณ บัดนี้เลย!
จะดีไหมครับ?
ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์